Get Adobe Flash player

บทความน่ารู้

สรุปรายงานการเข้าร่วมประชุมด้านอาเซียนและเอเชียศึกษา เรื่อง "ทิศทางความร่วมมือทางการศึกษาของอาเซียน"


 บทความวิชาการโดยใช้การวิเคราะห์อภิมาน (Meta-Analysis) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและเอเชีย


รอบรู้ เรื่อง ISIS หรือ Islamic State of Iraq and Syria


การตีความความเป็นสมัยใหม่: ต่วนกูรูอิสมาแอลสะปันยัง (2498- ) อูลามาอ์สายจารีตในสังคมปาตานีสมัยใหม่


เปิดประตูสู่อาเซียน  มองเพื่อนบ้านผ่านเหยี่ยวข่าวอาเซียน 


รอบรู้ AEC 360


ประชาธิปไตยคือกระบวนการสำหรับการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม: บทเรียนจากมาเลเซีย


เสาหลัก "สังคมและวัฒนธรรม" พลังของอาเซียนที่มักจะถูกละเลย: เสียงสะท้อนจาก อ.เสาวภา งามประมวญ


สรุปรายงานการเข้าร่วมสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่องความเมตตา: สะพานเชื่อมระหว่างศาสนาพุทธและอิสลาม 

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

105922
TodayToday4
This_WeekThis_Week918
This_MonthThis_Month2564
All_DaysAll_Days105922

เอกสารถอดเทปการบรรยาย

โครงการกิจกรรมวิชาการเนื่องในวันสถาปนาครบรอบ 40 ปี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

หัวข้อ “เปิดประตูสู่อาเซียน  มองเพื่อนบ้านผ่านเหยี่ยวข่าวอาเซียน”

โดย คุณวัชริน  เศรษฐกุดั่น นักข่าวอาเซียนจาก ช่อง 9 MCOT

และ อ.ดร. เสาวภา  งามประมวญ อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

วันอังคารที่  19  พฤศจิกายน  2556 เวลา  12.30 น. – 16.30 น.

ณ  ห้องศิลปาชีพ  ชั้น 4  คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คุณอันวาร์  กอมะ

ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู่ งานสถาปนาคณะรัฐศาสตร์ เนื่องในวันครบรอบ ๔๐ ปี มหาวิทยาลัยรามคำแหง  ตามกำหนดการของงานครั้งนี้ เราจะเริ่มที่การกล่าวรายงานของประธานศูนย์ศึกษาเอเชีย  หลังจากนั้นจะเป็นการกล่าวเปิดงานโดยคณะบดีคณะรัฐศาสตร์  และจะเข้าสู่การเสวนาในหัวข้อ  “เปิดประตูสู่อาเซียน  มองเพื่อนบ้านผ่านเหยี่ยวข่าวอาเซียน”  และจะจบการเสวนาในเวลา ๑๖.๓๐ น.   จึงขอเรียนเชิญ  อาจารย์มูฮัมหมัดอิลยาส  หญ้าปรัง  ประธานศูนย์ศึกษาเอเชีย  ได้กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงานในครั้งนี้

 

อาจารย์มูฮัมหมัดอิลยาส  หญ้าปรัง 

เนื่องในโอกาสครบรอบ ๔๐ ปี  ของการก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง  โดยศูนย์ศึกษาเอเชียได้รับมอบหมายจากคณะรัฐศาสตร์ให้จัดกิจกรรมทางวิชาการ  เพื่อเป็นการบริการแก่สังคมและชุมชน      อีกทั้งเป็นการจัดเสวนาเพื่อการบูรณาการการเรียนการสอน  และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ  ซึ่งศูนย์ศึกษาเอเชีย เห็นว่าความรู้เกี่ยวกับอาเซียนเป็นสิ่งสำคัญอย่างเร่งด่วนต่อชุมชนในภาวะปัจจุบัน   จึงได้จัดเสวนาในหัวข้อ  “เปิดประตูสู่อาเซียน  มองเพื่อนบ้านผ่านเหยี่ยวข่าวอาเซียน”  โดยได้รับเกียรติจาก คุณวัชรินทร์ เศรษฐกุดั่น  ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย ช่อง ๙ อสมท.  ผู้เชี่ยวชาญด้านอาเซียนและเป็นผู้จัดรายการเปิดประตูสู่อาเซียนทาง  ช่อง ๙ อสมท.  นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจากอาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ  อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์   มหาวิทยาลัยรามคำแหง  และท่านยังเป็นที่ปรึกษากรรมาธิการต่างประเทศของรัฐสภาด้วย   หัวข้อการเสวนาครั้งนี้ จึงเกิดจากความร่วมแรงร่วมใจและความต้องการของชุมชนบริเวณมหาวิทยาลัยรามคำแหง และโดยรอบ

 

อาจารย์ ดร.ทิพรัตน์  บุบผะศิริ 

วันนี้เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คณะรัฐศาสตร์โดยมีทางศูนย์ศึกษาเอเชีย  ได้ทำหน้าที่ในฐานะสถานศึกษา เป็นสถาบันวิชาการ ที่ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน ซึ่งเป็นเรื่องที่ในระยะช่วง ๒-๓ ปี หลังมานี้  เป็นเรื่องที่ถูกพูดถึงเป็นอย่างมาก  ซึ่งเป็นภารกิจของคณะรัฐศาสตร์ในฐานะสถาบันทางวิชาการ  ที่จะต้องบริการทางวิชาการทั้งแก่นักศึกษาและชุมชนที่อยู่รอบๆมหาวิทยาลัย  ซึ่งวันนี้ก็มีโรงเรียนรอบๆมหาวิทยาลัยได้ให้ความสนใจอย่างมาก  โดยหัวข้อที่จัดงานในวันนี้เป็นสิ่งที่สะท้อนจากความต้องการของชุมชน  การจัดงานในวันนี้พิเศษกว่าครั้งก่อนคือไม่ได้เชิญนักวิชาการมาเสวนา  แต่เป็นการเชิญผู้สื่อข่าวมาร่วมเสวนาเพื่อให้ผู้ร่วมฟังได้รับประสบการณ์ตรงจากผู้สื่อข่าวที่ไปทำข่าวในประเทศต่างๆทั่วอาเซียน  จึงเป็นโอกาสอันดีที่คณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง   จะได้นำเสนอข้อมูล ความรู้เกี่ยวกับอาเซียนแก่ท่านที่มาร่วมงานให้ได้รับมุมมองต่างๆเพิ่มขึ้น  ต้องขอขอบคุณท่านผู้มาร่วมงานและวิทยากรที่มาร่วมเสวนาในวันนี้  จึงขอเปิดการเสวนาวันสถาปนาครบรอบ๔๐ ปี  ของการก่อตั้งคณะรัฐศาสตร์  มหาวิทยาลัยรามคำแหง 

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

การที่มี ๙ ประเทศเข้ามาเป็นพลเมืองของอาเซียนนั้น เราจะต้องมีการสร้างความคุ้นเคย  สร้างความเข้าใจให้กับตัวเราก่อนว่า  สมาชิกอาเซียนแต่ละประเทศนั้นมีสังคม วัฒนธรรมการใช้ชีวิตอย่างไร  ผ่านมุมมองของคุณวัชริน  เศรษฐกุดั่น  ซึ่งได้สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีจากคุรุศาสตร์บัณฑิต  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย             ซึ่งปัจจุบันนี้ได้เป็นผู้สื่อข่าวและฝ่ายข่าวต่างประเทศ  คอลัมน์เปิดประตูสู่อาเซียน  สถานีโทรทัศน์โมเดิร์นไนน์ทีวี  นอกจากนี้  ยังดำเนินรายการวิทยุ  รายการ Asian talk  by วัชริน  เศรษฐกุดั่น  คลื่น FM ๙๖.๕  และเคยเป็นผู้ดำเนินรายการก้าวทันโลก ของคลื่น  FM ๑๐๐.๕  ผลงานที่สำคัญ คือได้เป็นผู้สื่อข่าวรายงานเหตุการณ์สำคัญๆ และเหตุการณ์ภัยพิบัติในประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งในวันนี้คุณวัชริน  จะมาเล่าประสบการณ์การทำข่าวในประเทศต่างๆให้ได้รับฟังกัน  โดยอย่างที่ทราบกันคือการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนี้เป็นความร่วมมือของ            ๑๐ ประเทศ  ซึ่งต้องร่วมมือสร้างความเป็นเอกภาพ  หนึ่งประชาคม ( one community )  หนึ่งวิสัยทัศน์            ( one vision )  ในความหลากหลาย  ( in diversity )  เนื่องจากความเป็นสังคมพหุนิยม  แต่อย่างไรก็ตาม  ยังมีความคล้ายคลึงกัน  ใกล้เคียงกันอย่างไรบ้างนั้น  เราจะได้รับรู้ไปพร้อมๆกัน   เรียนเชิญคุณวัชริน  ผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้ค่ะ

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

กราบสวัสดีอาจารย์ทุกท่านผู้ร่วมเสวนาในครั้งนี้ค่ะ  รวมทั้งขอแสดงความยินดีที่คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้สถาปนามาครบ ๔๐ ปี แล้วด้วยค่ะ  และขอขอบคุณเป็นอย่างยิ่งที่ให้เกียรติดิฉันมาร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้  ซึ่งพยายามคิดว่าตัวเองยังไม่รู้อะไรมากเกี่ยวกับอาเซียน  และทุกครั้งที่ออกไปทำข่าวประเทศเพื่อนบ้าน ๙ ประเทศสมาชิกอาเซียน  ก็ทำให้เราได้ความรู้ใหม่ๆอยู่ตลอดเวลา  และอยากจะนำข้อมูลต่างๆที่เราไปพบตั้งแต่เรื่องเล็กๆในระดับภาคประชาชน  ไปจนถึงระดับรัฐบาลมาถ่ายทอดให้คนไทยได้รู้จักประเทศเพื่อนบ้านของเราให้มากขึ้น  โดยประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง ๑๐ ประเทศ  ประกอบไปด้วย ไทย  เวียดนาม  กัมพูชา   ฟิลิปปินส์   สิงคโปร์  อินโดนีเซีย  มาเลเซีย  ลาว  และพม่า หรือเรียกอีกชื่อว่า เมียนมาร์   

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

มุมมองแรกที่จะให้พวกเราได้รับรู้เกี่ยวกับอาเซียนกัน  คือมุมมองด้านไหนค่ะ

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

มุมมองแรกที่อยากจะให้รับรู้ไปด้วยกัน คือเรื่องของการศึกษา  เพราะการศึกษาเป็นเรื่องที่สำคัญ  และจะเปิดโลกทัศน์  ให้เราได้รู้จักเพื่อนบ้านของเรามากขึ้น  นอกจากที่จะรู้จักตัวเราเองทั้งในด้านจุดแข็ง  จุดอ่อนของเรา  อีกเรื่องที่สำคัญคือเราต้องเรียนรู้เพื่อนบ้านเราด้วย  เพราะหากเรียนรู้  รู้จักเพื่อนบ้านของเรา   ก็จะทำให้เราติดต่อสื่อสารกันได้มากยิ่งขึ้น  เดี่ยวจะพาไปชมกันว่าประเทศเพื่อนบ้านของเราให้ความสำคัญอย่างไรกับการศึกษา   ไม่ใช่การศึกษาธรรมดา  แต่เป็นการศึกษาที่จะทำให้ประชาชนของเขามีการตื่นตัว  ตระหนักรู้ว่าในอีก ๒ ปีข้างหน้าจะรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนแล้ว  ถ้าพูดถึงอาเซียนหลายๆท่านคงอาจจะสับสน  เพราะก่อนหน้านี้ประเทศทั้ง ๑๐ ประเทศนี้  ได้รวมตัวกันเป็นประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้  ซึ่งเรียกกันว่า  อาเซียน  เป็นเวลากว่า ๕๐ ปีแล้ว  แต่ภายในปี  ๒๕๕๘  ก็จะมีการกำหนดให้รวมตัวกันเป็นประชาคมเดียว คือประชาคมอาเซียน  ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๕๘  โดยทั้ง ๑๐ ประเทศนี้จะสามารถเคลื่อนย้ายแรงงาน  เงินทุน  ได้อย่างเสรี  ซึ่งคนที่ประกอบอาชีพเฉพาะบางอย่างจะสามารถเดินทางไปทำงานทั้ง ๑๐ ประเทศนี้ได้อย่างสะดวกมากขึ้น   โดยหลายๆประเทศในอาเซียนได้เตรียมให้ประชาชนตระหนักรู้ว่าเมื่อเปิดประชาคมอาเซียนแล้ว   ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง  เราควรจะเตรียมตัวอย่างไร  โดยจะเริ่มไปดูที่ประเทศเวียดนามกันก่อน  ซึ่งจะมีคลิปที่ตนเองได้ไปทำรายการสารคดีมาให้ดูกันด้วย  เชิญรับชมค่ะ

“ประเทศเวียดนามสร้างตัวเร็ว  เศรษฐกิจเติบโตอย่างต่อเนื่อง  นับตั้งแต่เข้าเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก  เมื่อปี  ๒๕๕๐  เวียดนามเปิดประเทศรับการลงทุนเต็มที่  พยายามให้ประเทศก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของโลก  โดยเฉพาะด้านการศึกษาของคนในชาติ  ยกตัวอย่างเช่น  โรงเรียนมัธยมปลาย Le Hong Phong  ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานสูง  มีระบบการเรียนการสอนที่เข้มแข็ง  ผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาสูง  เด็กสอบเข้าเรียนระดับมหาวิทยาลัยได้ถึง ๙๐ %  ปัจจุบันหลักสูตรที่เรียนบรรจุเรื่องอาเซียนไว้ให้ศึกษา  ต่อเนื่องไปถึงระดับอุดมศึกษา  มหาวิทยาลัยหลายแห่งเปิดสอนวิชาภาษาประเทศเพื่อนบ้าน  เช่นที่มหาวิทยาลัยภาษาต่างประเทศและเทคโนโลยีสารสนเทศแห่งนครโฮจิมินท์  มีนักศึกษากลุ่มหนึ่งได้เลือกเรียนคณะภาษาและวัฒนธรรมตะวันออก  และเลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาโท  ด้วยเหตุผลที่ฟังดูคล้ายกัน คือชอบเมืองไทย  อยากรู้จักประเทศไทยให้มากขึ้น  นักเรียนเวียดนามจำนวนมาอยากมาเรียนต่อในเมืองไทย  เพราะเชื่อมั่นในระบบการศึกษา  ความตื่นตัวของนักเรียน นักศึกษาเวียดนามในการขวนขวายเรียนรู้ประเทศเพื่อนบ้าน”

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

จากการที่คุณวัชรินทร์  ได้ไปที่โรงเรียนต่างๆของประเทศเวียดนามนั้น  อยากทราบว่าการศึกษาของเวียดนามมีการตื่นตัวเรื่องอาเซียนมากน้อยเพียงใด

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

จะพบว่านักเรียน นักศึกษาของเวียดนามนั้นมีการตื่นตัวเรื่องการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนเป็นอย่างมาก  เพราะทุกคนอยากจะรู้จักประเทศเพื่อนบ้านให้ได้มากที่สุด  ยกตัวอย่างเช่น  เหงียน เฟือง งา  ซึ่งเป็นไกด์ชาวเวียดนาม  ที่เลือกเรียนภาษาไทยเป็นวิชาเอกในระดับมหาวิทยาลัย  ทำให้ได้รับการว่าจ้างให้เป็นล่ามทั้งจากนักธุรกิจชาวไทย  บริษัทท่องเที่ยว  ทำให้มีรายได้ที่ดีมาก  จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในการเตรียมตัวพร้อมรับการเป็นประชาคมอาเซียน 

นอกจากนี้จะพบว่าในระดับมหาวิทยาลัยนั้น  นักศึกษาต่างก็สนใจที่จะเรียนรู้ ตื่นตัวศึกษาเรื่องต่างๆกันเป็นอย่างมาก  หากพูดถึงในระดับประชาชนนั้นก็ยังถือว่ามีการตื่นตัวน้อยอยู่แต่ทางภาครัฐบาลก็พยายามจัดโครงการให้ความรู้ประชาชน  ทั้งนี้หากพูดถึงประเทศที่มีการเตรียมตัวเรื่องอาเซียนเป็นอย่างดีนั้นก็คงเป็นประเทศสิงคโปร์  อาจเป็นเพราะประชาชนของสิงคโปร์มีอัตราผู้รู้หนังสือสูง  และมีความภูมิใจในความเป็นชาติของตนเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้ยังมีประเทศพม่า  ซึ่งกำลังมีการเปิดประเทศมากขึ้น  ประชาชนสามารถรับสารได้มากขึ้น  ทำให้ประชาชนพม่าเกิดการตื่นตัวกับโลกภายนอกมากขึ้น  อีกประเทศเพื่อนบ้านคือประเทศกัมพูชา  ซึ่งจะพบว่ามีการตื่นตัวเรื่องของการเรียนภาษาเป็นอย่างมาก โดยนอกจากภาษาอังกฤษ  ภาษาจีน  ภาษาเกาหลีแล้วนั้น  ภาษาไทยก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่ได้รับความสนใจเช่นกัน  โดยในแต่ละวันจะมีคนสนใจมาเรียนภาษาไทยประมาณ ๕๐-๖๐ คน  ค่าเรียนต่อเดือนประมาณ ๘ เหรียญดอลล่าห์สหรัฐ 

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

จากการที่คุณวัชรินทร์ไปทำข่าวการเรียนภาษาไทยที่กัมพูชานั้น  อยากรู้ว่าคนที่เรียนส่วนใหญ่ต้องการเรียนภาษาไทย  ไปเพื่อจัดประสงค์อะไร

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

จากที่ได้สัมภาษณ์จะพบว่าคนที่เรียนภาษาไทยส่วนใหญ่ต้องการเอาไปใช้ในการทำมาหากิน  ทำอาชีพโดยตรง  จึงอยากให้นักเรียนได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนภาษาเพื่อนบ้านให้มากขึ้น  โดยจะพบว่าปัจจุบันมีแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่เข้ามาทำงานในไทยเป็นจำนวนมาก  ซึ่งเหล่านี้อาจเป็นช่องทางในการเรียนรู้ภาษาเพื่อนบ้านของคนไทยก็เป็นได้

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

จากการที่คุณวัชรินทร์ได้ไปประเทศเวียดนามและกัมพูชานั้น  ได้เห็นถึงความแตกต่างของความกระตือรือร้นในการเรียนภาษาอย่างไรบ้างค่ะ

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

สิ่งที่เป็นความเหมือนที่ได้เห็นก็คือ  ความต้องการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อที่จะเข้ามาทำงานหรือติดต่อสื่อสารในประเทศไทย  ซึ่งแสดงให้เห็นว่าประเทศไทยนั้นยังเป็นหนึ่งในสายตาของประเทศเพื่อนบ้าน  เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านมองเห็นโอกาสในการเข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทยได้  ทั้งนี้หากมองในภาคประชาชนจะเห็นได้ว่าประเทศกัมพูชามีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้เรื่องอาเซียนมากกว่าโดยเฉพาะการเรียนภาษาไทย  ซึ่งอาจเป็นเพราะประเทศกัมพูชามีความใกล้ชิดกับประเทศไทยมากกว่า  จึงต้องการเรียนรู้ภาษาไทยเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ด้านเศรษฐกิจและเรื่องแรงงานที่เข้ามาเกี่ยวข้องกันมากกว่า   ดังนั้นเรื่องการรู้เขารู้เรา  โดยเฉพาะเรื่องภาษาเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน  เพราะจะทำให้เราไปได้ไกลกว่าคนอื่นเมื่อมีการเปิดประชาคมอาเซียน

ทั้งนี้ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนนั้นมี ๘ สาขาอาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีในประเทศกลุ่มสมาชิกอาเซียน  ประกอบไปด้วย  แพทย์  ทันตแพทย์  พยาบาล  สถาปนิก  วิศวกร  นักสำรวจ       นักบัญชี  ........    โดยจะพบว่าเรื่องของแรงงานและการทำงานนั้นเกี่ยวเนื่องมาจากเรื่องการศึกษา  เนื่องจากเมื่อเรารู้ภาษาของประเทศสมาชิกอาเซียนประเทศอื่นๆแล้วนั้นก็จะทำให้เราสามารถเข้าไปทำงานในประเทศนั้นๆได้สะดวกขึ้น  ซึ่งหากเราไม่รู้ภาษาเลยก็อาจจะส่งผลกระทบต่อเราแม้จะมากนักแต่ก็มีผลกระทบแน่ๆ  โดยเรื่องที่จะให้รับชมต่อไปก็คือเรื่อง  โอกาสแรงงานไทยในอาเซียน  เชิญรับชมได้เลยค่ะ

“แรงงานไทยมีฝีมือ  ทำงานดี  และขยัน  จึงเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานในประเทศเพื่อนบ้านที่ขาดแคลนกำลังคน  เช่นบรูไน  และสิงคโปร์  แต่ขณะนี้กำลังถูกแย่งงานจากประเทศอื่นๆ  เช่น  ฟิลิปปินส์  หรือประเทศจากนอกภูมิภาค  เช่นจีน  อินเดีย  และบังคลาเทศ  ที่ค่าจ้างถูกกว่าแรงงานไทย  การพัฒนาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการแข่งขันจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง  ทักษะด้านภาษาเป็นมูลค่าเพิ่มอย่างหนึ่งซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับแรงงานไทย  โดยเฉพาะภาษามลายูที่มีความสำคัญเป็นภาษาที่ ๓ ของโลก  ซึ่งแรงงานที่รู้ภาษามลายูอาจได้เปรียบหากทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียน  ขณะที่ภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลก็ยังเป็นสิ่งจำเป็น  โดยพบว่าแรงงานไทยยังมีข้อด้อยเรื่องภาษาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน”

นอกจากนี้จะพบว่าประเทศฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกอาเซียน  เป็นประเทศที่มีการส่งออกแรงงานมากเป็นอันดับ ๑ ของโลก  โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแถบตะวันออกกลาง  ซึ่งจะพบว่าข้อได้เปรียบของแรงงานฟิลิปปินส์คือ เรื่องภาษาอังกฤษ  และการกล้าแสดงออก  กล้าพูด  อีกทั้งหน่วยงานภาครัฐก็ให้การสนับสนุนการส่งออกแรงงานเป็นอย่างดี  โดยจะมีการจัดโรงเรียนฝึกทักษะอาชีพเพื่อไปทำงานต่างประเทศทั้งของภาครัฐและเอกชนเพื่อเตรียมความพร้อมให้แรงงงานไปทำงานยังต่างประเทศ

“อีกหนึ่งประเทศที่น่าสนใจคือ  ประเทศบรูไน  ซึ่งพบว่าแม้จะเป็นประเทศที่มีอุตสาหกรรมน้ำมัน  แต่ก็ได้ให้ความสนใจที่จะปลูกข้าวในประเทศ  โดยตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มผลผลิตข้าวในประเทศให้ได้ ๖๐% ในปี ๒๕๕๘  ซึ่งบรูไนต้องขอความร่วมมือจากสถาบันวิจัยข้าวนานาชาติและประเทศเกษตรกรรม  เช่นไทย  ในด้านเทคโนโลยีและเครื่องจักร  นอกจากบรูไนแล้ว  ยังพบว่าประเทศมาเลเซียก็มีนโยบายที่จะพัฒนาประเทศในด้านเกษตรกรรมด้วยเช่นกัน  แม้กระทั่งประเทศเวียดนามก็ยังมีการลงทุนจำนวนมากเพื่อจะปรับปรุงการผลิตข้าวให้ดียิ่งขึ้น  การเพาะปลูกข้าวให้ได้ผลผลิตดีขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ  ดิน  น้ำ  ซึ่งประเทศในแถบอาเซียนที่สามารถเพาะปลูกข้าวได้ดี  คือ ไทย  พม่า  เวียดนาม  กัมพูชา  และลาว  แต่ข้าวของไทยได้รับการยอมรับจากตลาดโลกว่ามีคุณภาพสูง  จึงมีประเทศเพื่อนบ้านต้องการได้รับการแลกเปลี่ยนความรู้  ถ่ายทอดเทคนิคการปลูกข้าวจากประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง   โดยรายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นในช่วงที่เกิดปัญหาด้านอาหาร  ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า   ๑๐  ประเทศสมาชิกอาเซียนนี้  ได้ยึดโยงกันในเรื่องข้าวอย่างไรบ้างค่ะ”

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ  

ถ้าเราพูดถึงเรื่องอัตลักษณ์ของอาเซียน  คุณวัชรินทร์คิดว่าอะไรที่จะสื่อถึงความเหมือนกันหรือความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศในอาเซียนได้บ้างค่ะ

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

อัตลักษณ์ที่เห็นได้อย่างโดดเด่นของประเทศสมาชิกอาเซียน  คือการเป็นวัฒนธรรมตะวันออก  ความนอบน้อม  ความเป็นเอเชียทั้งในเรื่องวัฒนธรรมการกิน  ศิลปวัฒนธรรมบางอย่างที่ใกล้เคียงกันเป็นอย่างยิ่ง 

 

อาจารย์ ดร. เสาวภา  งามประมวญ 

ในเรื่องของสังคมวัฒนธรรมนี้จะพบว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง  เนื่องจากภายใต้กรอบความร่วมมือที่แบ่งเป็นเสาหลัก  ๓  ด้านนั้น  นอกเหนือไปจากด้านเศรษฐกิจแล้ว  ก็ยังมีด้านสังคมวัฒนธรรม  และด้านการเมืองความมั่นคง  โดยจะพบว่าสิ่งที่ประชาชน  ประชากรของอาเซียนจะตระหนักรับรู้ได้ก็คือเรื่องสังคมและวัฒนธรรมนั่นเอง

 

คุณวัชรินทร์  เศรษฐกุดั่น 

ส่วนใหญ่แล้วเมื่อพูดถึงการรวมตัวประชาคมอาเซียน  คนส่วนใหญ่ก็จะได้ยินแต่เรื่อง  AEC ซึ่งจริงๆแล้วก็เป็นเสาหลักหนึ่งคือในด้านเศรษฐกิจเท่านั้น 

 

01.18.13

โดย Teerapong Wongna