Get Adobe Flash player

บทความน่ารู้

สรุปรายงานการเข้าร่วมประชุมด้านอาเซียนและเอเชียศึกษา เรื่อง "ทิศทางความร่วมมือทางการศึกษาของอาเซียน"


 บทความวิชาการโดยใช้การวิเคราะห์อภิมาน (Meta-Analysis) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับอาเซียนและเอเชีย


รอบรู้ เรื่อง ISIS หรือ Islamic State of Iraq and Syria


การตีความความเป็นสมัยใหม่: ต่วนกูรูอิสมาแอลสะปันยัง (2498- ) อูลามาอ์สายจารีตในสังคมปาตานีสมัยใหม่


เปิดประตูสู่อาเซียน  มองเพื่อนบ้านผ่านเหยี่ยวข่าวอาเซียน 


รอบรู้ AEC 360


ประชาธิปไตยคือกระบวนการสำหรับการจัดการความหลากหลายทางวัฒนธรรม: บทเรียนจากมาเลเซีย


เสาหลัก "สังคมและวัฒนธรรม" พลังของอาเซียนที่มักจะถูกละเลย: เสียงสะท้อนจาก อ.เสาวภา งามประมวญ


สรุปรายงานการเข้าร่วมสัมมนาวิชาการนานาชาติ เรื่องความเมตตา: สะพานเชื่อมระหว่างศาสนาพุทธและอิสลาม 

จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์

106025
TodayToday107
This_WeekThis_Week1021
This_MonthThis_Month2667
All_DaysAll_Days106025

วันที่  7  เมษายน  2557

เรือจีนพบสัญญาณ คาดกล่องดำ MH370

ความหวังที่จะพบกล่องดำของเที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย เริ่มส่อเค้า เมื่อเรือค้นหากล่องดำของจีน ตรวจพบสัญญาณความถี่จากใต้น้ำ รวมถึงวัตถุสีขาวจำนวนมากบนผิวน้ำในบริเวณใกล้เคียงด้วย

พลอากาศเอก แองกัส ฮุสตัน นายทหารนอกราชการของออสเตรเลีย ที่รับหน้าที่ผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานปฏิบัติการร่วม แถลงว่า เรือจีน ที่เข้าร่วมปฏิบัติการค้นหาเครื่องบินโดยสารโบอิ้ง 777-200ER เที่ยวบิน MH370 ของมาเลเซีย แอร์ไลน์ส ได้รายงานว่า สามารถตรวจจับสัญญาณพัลส์ (pulse signal) หรือ สัญญาณอิเล็คทรอนิคส์ ในมหาสมุทรอินเดีย เมื่อวันเสาร์ โดยเป็นสัญญาณความถี่แบบเดียวกับที่ปล่อยออกจากกล่องดำของเครื่องบิน แต่ยังไม่สามารถตรวจสอบได้ว่า มีความเกี่ยวข้องกันหรือไม่ระหว่างสัญญาณที่ตรวจจับได้กับ MH370 ที่ยังคงสูญหาย 

พลอากาศเอกฮุสตัน กล่าวว่า เขาได้รับแจ้งว่า เรือไห่ซุน 01 ของจีน สามารถตรวจจับสัญญาณที่ส่งออกมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังพบวัตถุสีขาวอีกจำนวนหนึ่งลอยอยู่บนผิวน้ำ ห่างจากจุดที่เรือจีนจับสัญญาณได้ประมาณ 90 กิโลเมตร แต่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า ทั้งสัญญาณที่จับได้และวัตถุที่พบเป็นของเครื่องบินที่หายไปหรือไม่  

ก่อนหน้านี้ สำนักข่าวซินหัวของจีน รายงานว่า เรือไห่ซุน 91 ที่ติดตั้งอุปกรณ์ค้นหากล่องดำ ได้ตรวจจับสัญญาณที่คลื่นความถี่ 37.5 กิโลเฮิร์ตส์ต่อวินาที เมื่อวันเสาร์ ที่บริเวณ 25 องศาละติจูดใต้ และ 101 องศาลองจิจูดตะวันออก ซึ่งเป็นความถี่เดียวกับกล่องดำ แต่ก็ไม่ยืนยันว่าเกี่ยวข้องกับ MH370 หรือไม่  

เครื่องบินทหารและพลเรือน รวมถึงเรือที่ติดตั้งอุปกรณ์ค้นหาน้ำลึก และเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ของญี่ปุ่น ได้ร่วมกันปฏิบัติการค้นหาพื้นที่ทางใต้ของมหาสมุทรอินเดีย บริเวณนอกชายฝั่งทางตะวันตกของออสเตรเลีย และยังทำงานแข่งกับเวลาเพื่อกู้ซากเครื่องบินและกล่องดำ ที่บันทึกข้อมูลสำคัญในช่วงเวลาสุดท้ายของ MH 370 ด้วย 

นายอัซฮารุดดิน อับดุล ราห์มาน ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนของมาเลเซีย ยืนยันว่า ความถี่ของกล่องดำของ MH370 อยู่ที่ 37.5 กิโลเฮิร์ต และกำลังอยู่ระหว่างการตรวจสอบ ส่วนการค้นพบวัตถุสีขาวลอยอยู่บนผิวน้ำ จะส่งทำให้การค้นหาแคบลง และเจ้าหน้าที่ยังสามารถใช้ข้อมูลเหล่านี้มาคำนวณจุดที่เครื่องบินตกกระแทกผิวน้ำ รวมถึงจุดที่น่าจะพบกล่องดำด้วย 

ด้านนายฮิสชัมมุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหมและรักษาการรัฐมนตรีขนส่ง บอกว่า มีความหวังเพิ่มขึ้น และเขาสามารถพูดแทนประเทศมาเลเซียได้ว่า จะไม่หยุดค้นหา MH370 นอกจากนี้ ยังจะแต่งตั้งเจ้าหน้าที่สืบสวนอิสระ เพื่อดำเนินการสืบสวนว่าเกิดอะไรขึ้นกับ MH370 โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกตรวจสอบด้านมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับการบิน ที่รวมทั้ง การซ่อมบำรุง , โครงสร้างและระบบ กลุ่มที่สองจะตรวจสอบการปฏิบัติการ เช่น บันทึกการบิน และอุตุนิยมวิทยาการบิน และกลุ่มที่สาม จะดูเรื่องปัจจัยด้านการแพทย์และมนุษย์  

วิลเลียม วัลด็อค ผู้เชี่ยวชาญด้านการค้นหาและกู้ภัย ซึ่งสอนการสืบสวนอุบัติเหตุอยู่ที่มหาวิทยาลัยการบินเอ็มบรีย์-ริดเดิล ในเมืองเพรสค็อตต์ รัฐอริโซน่า สหรัฐอเมริกา ให้ความเห็นว่า มีเสียงจำนวนมากอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งล้วนแต่มาจากสัตว์ แต่ความถี่เสียง 37.5 กิโลเฮิร์ตซ์ ที่ทำให้น่าเชื่อว่า น่าจะมาจากกล่องดำ ก็เพราะว่า ไม่มีอะไรในทะเลที่จะทำเสียงความถี่แบบนี้ได้ มันไม่ใช่เสียงธรรมชาติ 

ที่มา  http://www.nationchannel.com/main/content/foreign/378401553/

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  8  เมษายน  2557

อินเดียเลือกตั้งมาราธอน

นิวเดลี - ชาวอินเดียเริ่มไปใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว เป็นการเลือกตั้งครั้งใหญ่ที่สุดของโลกที่จะทยอยแบ่งเป็น 9 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่7 เม.ย. ไปสิ้นสุดวันที่ 12 พฤษภาคม จากนั้นจะเริ่มนับคะแนนในวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 814 ล้านคนจะเลือกสมาชิกโลกสภา หรือสภาผู้แทนราษฎร 543 ที่นั่ง พรรคหรือกลุ่มพรรคที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลจะต้องได้อย่างน้อย 272 ที่นั่ง คาดว่าพรรคภารติยะชนตะ พรรคชาตินิยมฮินดูที่นำโดยนายนเรนดรา โมดี วัย 63 ปี จะโค่นพรรคคองเกรสที่ปกครองประเทศมา 10 ปี และนำโดยนายราหุล คานธี วัย 43 ปี นอกจากนี้ ยังมีพรรคการเมืองหน้าใหม่คือพรรคเอเอพีที่ชูเรื่องการต่อต้านทุจริตลงชิงชัยด้วยหลังจากทำคะแนนได้ดีในการเลือกตั้งสภานิวเดลีก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งวานนี้มีขึ้นใน 5 เขตของรัฐอัสสัม และ 1 เขตของรัฐตริปุระ ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เครื่องลงคะแนนจะมีปุ่มให้กดเลือกไม่ลงคะแนนให้ใคร

ที่มา  http://www.naewna.com/inter/98430

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  9  เมษายน  2557

เกิดเหตุระเบิด ขบวนรถไฟโดยสารสายด่วน “จาฟฟาร์ เอ็กซ์เพรส” ขณะออกเดินทางจากเมืองเกตตา เมืองเอกจังหวัดบาลูชิสถาน ทางภาคตะวันตกเฉียงใต้ มุ่งหน้าสู่เมืองราวัลปินดี ติดเมืองหลวงกรุงอิสลามาบัด ของปากีสถาน

โดยสื่อระบุว่า ขบวนรถถูกโจมตีด้วยระเบิดขณะแล่นถึงเขตเมืองซิบี ห่างจากเมืองเกตตาไปทางตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 120 กม. แรงระเบิดทำให้ตู้ขบวนโดยสารเกิดเพลิงไหม้เสียหายยับ มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 14 ราย บาดเจ็บประมาณ 50 คน

ซึ่งเหตุเกิดขึ้นเพียงวันเดียว หลังจากกองกำลังความมั่นคงปากีสถาน บุกโจมตีฐานที่มั่นของกลุ่มกบฏแบ่งแยกดินแดน ในจังหวัดบาลูชิสถาน ที่อุดมไปด้วยน้ำมัน สังหารนักรบกบฏ 30 ราย ในการปะทะครั้งใหญ่สุดในรอบหลายเดือน

สำหรับ จังหวัดบาลูชิสถานมีเขตแดนติดกับประเทศอัฟกานิสถานทางทิศเหนือ และอิหร่านทางตะวันตกเฉียงใต้ การก่อกบฏเพื่อแบ่งแยกดินแดนเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน

ที่มา  http://news.mthai.com/world-news/321802.html

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  10  เมษายน  2557

รัสเซียเตรียมขายก๊าซให้จีน หลังวิกฤตในยูเครนบีบให้ต้องหาตลาดใหม่

วิกฤตการณ์ในยูเครน บีบให้รัสเซียต้องหาตลาดก๊าซธรรมชาติแห่งใหม่นอกยุโรป จึงมีความเป็นไปได้มากขึ้นที่ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูตินของรัสเซีย จะลงนามข้อตกลงส่งก๊าซธรรมชาติระยะ 30 ปีให้จีนในเดือนหน้า หลังจากพยายามทำข้อตกลงนี้มากว่าสิบปี

ผู้จัดการรัฐวิสาหกิจที่ส่งออกก๊าซ "โอเอโอ ก๊าซพรอม" และเจ้าหน้าที่รัฐบาลคนหนึ่ง เปิดเผยว่า ประธานาธิบดีปูติน จะตัดสินใจขั้นสุดท้ายกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนในกรุงปักกิ่งเดือนหน้า โดยความจำเป็นที่ต้องหาลูกค้าใหม่ของรัสเซีย หนุนข้อตกลงที่เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2540 เสร็จสมบูรณ์ ขณะที่เมื่อวานนี้ (9 เม.ย.) รองนายกรัฐมนตรีรัสเซีย แสดงความหวังว่าจะลงนามข้อตกลงนี้ ในเดือนพฤษภาคม

วิกฤตยูเครน ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับจีน คู่ค้ารายใหญ่สุดนอกสหภาพยุโรปดีขึ้น และจีน เป็นสมาชิกในคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเพียงประเทศเดียว ที่ไม่ได้ตำหนิการกระทำของรัสเซียในไครเมีย

ที่มา  http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  10  เมษายน  2557

คิมจองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติ ซึ่งเป็นหน่วยงานปกครองสูงสูดของประเทศ

นายคิม ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งประธานคนที่ 1 ของคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติ สะท้อนให้เห็นว่าเขายังคงควบคุมอำนาจไว้ได้อย่างมั่นคง แม้จะเผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตรที่รุนแรงจากนานาชาติ และเกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองหลายอย่างที่สั่นคลอนฐานอำนาจของรัฐบาล

ทั้งนี้ ตั้งแต่ก้าวขึ้นสู่อำนาจ หลังจากนายคิมจองอิล ผู้เป็นบิดาถึงแก่อสัญกรรมในช่วงปลายปี 2554 นายคิมจองอึน ก็กำจัดเหล่าผู้นำทางทหารและบุคคลระดับสูงของพรรคแรงงานไปหลายราย โดยเฉพาะเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว สั่งประหารนายจาง ซอง-แต๊ก อาเขย ที่ถูกมองว่าเป็นผู้มีอิทธิพลสูงสุดอันดับ 2 ของประเทศ

อย่างไรก็ตาม การประชุมสภาที่กรุงเปียงยางในวันพุธ(9เม.ย.) ถูกมองว่า เป็นการประชุมเพื่อเปิดทางให้นายคิม จัดวางตำแหน่งบริหารสำคัญๆที่ว่างอยู่ หลังจากกำจัดฝ่ายตรงข้าม และแต่งตั้งคนหนุ่มที่มีความจงรักภักดีต่อตัวเขาขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทน

ที่มา  http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  11  เมษายน  2557

"เกาหลีเหนือ"ออกมาตำหนิสหรัฐฯสองมาตรฐานระหว่างเกาหลีเหนือ-เกาหลีใต้

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศรายงานว่า โฆษกคณะกรรมาธิการกลาโหมแห่งชาติเกาหลีเหนือ (เอ็นดีซี) ระบุในถ้อยแถลงซึ่งถ่ายทอดผ่านสำนักข่าวเคซีเอ็นเอ ในช่วงเวลาที่คาบสมุทรเกาหลีเริ่มร้อนระอุจากการที่เปียงยางขู่จะทดสอบนิวเคลียร์ รูปแบบใหม่ในอีกไม่ช้า

"ตราบใดที่สหรัฐฯยังใช้นโยบายก้าวร้าว กำกวม และยโสโอหังเยี่ยงอันธพาลเช่นนี้(เกาหลีเหนือ)ก็จะต้องมีมาตรการป้องกันตนเองเพื่อต่อต้านการกระทำของอเมริกา"โฆษกเอ็นดีซี ระบุ

เมื่อเดือนที่ผ่านมาเกาหลีใต้ยิงทดสอบขีปนาวุธนำวิถีซึ่งสามารถบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 1 ตัน และมีพิสัยเดินทางไกลถึง 500 กิโลเมตร ซึ่งอาจจะใช้โจมตีแผ่นดินเกาหลีเหนือได้ทุกส่วนสหรัฐฯและเกาหลีใต้ทำข้อตกลงกันในปี 2012 ซึ่งอนุญาตให้โซลสามารถพัฒนาขีปนาวุธที่มีพิสัยยิงไกลได้สูงสุดถึง 800 กิโลเมตร

โฆษกเอ็นดีซี ยังกล่าวอีกว่า การที่สหรัฐฯมองดูเกาหลีใต้ยิงขีปนาวุธโดยไม่ว่าอะไรนั้น แตกต่างโดยสิ้นเชิงกับเสียงประณามที่เกาหลีเหนือได้รับทั้งจากวอชิงตัน และองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) หลังยิงทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลาง 2 ลูกเมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา

ที่มา  http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/politics/world/

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  11  เมษายน  2557

นายแอนกัส ฮูสตัน หัวหน้าทีมค้นหาเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ MH370 เปิดเผยว่าาเครื่องบิน AP-3C Orion ของออสเตรเลียที่หย่อนเครื่องรับส่งคลื่นเสียงขนาดเล็ก (sonobuoy) ลงไปจับสัญญาณใต้ที่ความลึก 300 เมตร สามารถจับสัญญาณปริศนาใต้น้ำคล้ายกับสัญญาณจากกล่องดำ ซึ่งถือเป็นครั้งที่ 5 แล้วที่ตรวจพบสัญญาณในลักษณะนี้

ทั้งนี้ บริเวณที่จับสัญญาณได้บริเวณเดียวกันกับที่เรือโอเชียน ชีลด์ จับสัญญาณได้ก่อนหน้านี้ ถือเป็นการจุดประกายความหวังที่จะพบเครื่องบิน MH370 อีกครั้ง

ขณะที่นายโทนี่ แอ็บบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียเปิดเผยว่า ทีมผู้ตรวจค้นหาเที่ยวบิน MH370 ที่สูญหายไปของสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ส มั่นใจว่าสัญญาณที่ตรวจพบก่อนหน้านี้มาจากกล่องดำของเครื่องบินดังกล่าว โดยระบุว่าขณะนี้พื้นที่ค้นหาเครื่องบินได้ถูกตีแคบลง

แม้จะยังไม่รู้ว่าสัญญาณดังกล่าวเป็นสัญญาณของอะไร แต่จากการวิเคราะห์เบื้องต้น เชื่อว่าเป็นสัญญาณที่มาจากสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น ขณะที่เรือและเครื่องบินนับสิบลำจากนานาประเทศ ยังเดินหน้าค้นหาเศษชิ้นส่วนของเครื่องบินลำนี้อย่างต่อเนื่อง

ที่มา  http://news.mthai.com/world-news/322271.html

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

 

วันที่  13  เมษายน  2557

สื่อมาเลเซียแฉข้อมูลใหม่ “ฟาริค ฮามิด” นักบินผู้ช่วยพยายามใช้โทรศัพท์บนเครื่อง ก่อนนำMH370 หายไป ขณะการค้นหายังคงเร่งมือก่อนแบตเตอรี่กล่องดำจะหมด

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานโดยอ้างข้อมูลจาหหนังสือพิมพ์ “เดอะ นิว สเตรท ไทม์ส” ของมาเลเซีย ระบุว่า จากการสอบถามแหล่งข่าวในทีมสืบสวนคดีเครื่องบิน มาเลเซียแอร์ไลน์ MH370 สูญหาย พบว่า นายฟาริค ฮามิด ผู้ช่วยนักบิน ได้พยายามใช้โทรศัพท์มือถือ ติดต่อกับใครบางคนขณะอยู่บนเครื่อง ก่อนเครื่องบินจะขาดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่หอบังคับการบินไปเพียงไม่กี่นาที

รายงานระบุว่า ขณะที่เครื่องบินอยู่เหนือเมืองปีนัง หอโทรคมนาคมที่อยู่ใกล้ที่สุด สามรารถจับสัญญาณโทรศัพท์ของ นายฟาริค ได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการใช้โทรศัพท์ จากเครื่องบินที่หายไป

โดยก่อนหน้านี้ นายซาฮารี อาหมัด ซาห์ นักบินของ MH370 ถูกกล่าวหา และกลายเป็นผู้ต้องสงสัยหลัก ในการหายไปของเครื่องบินลำดังกล่าว เพราะมีการคุยโทรศัพท์กับผู้หญิงลึกลักคนหนึ่ง ก่อนที่จะขึ้นบิน รวมถึงมีการตรวจพบอุปกรณ์ฝึกควบคุมการบิน ที่บ้านของนักบิน ก่อนที่จะมีการนำข้อมูลของผู้ช่วยนักบินออกมาเปิดเผย

อย่างไรก็ตาม นายฮิชามุดดิน ฮุสเซน รัฐมนตรีกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีคมนาคมของมาเลเซีย ระบุ ยังไม่สามารถยืนยันข้อมูลดังกล่าวได้ เว้นแต่จะได้รับการตรวจสอบโดย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ขณะเดียวกัน นายโทนี แอบบอตต์ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ยืนยันว่า ยังคงมั่นใจเรื่องสัญญาณที่พบ ว่าน่าจะเป็นสัญญาณของกล่องดำ แต่สัญญาณเริ่มอ่อน เนื่องจากแบตเตอรี่ของกล่องดำใหล้หมด อีกทั้ง นับตั้งแต่วันอังคารที่ผ่านมา ยังไม่พบสัญญาณดังกล่าวอีกเลย และทีมค้นหายังคงมั่นมุ่น และทุ่มเทในการตรวจสอบพื้นที่รัศมี 4,500 ตร.กม. ต่อไป

ที่มา  http://news.mthai.com/world-news/322500.html

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------